รับซื้อกลองชุด DW มือสอง กลองเก่า รับถึงที่ ประเมินอย่างไรให้ได้ราคาสมเหตุสมผล
โดยทีมงาน s66i.asia
กลองชุด DW เป็นหนึ่งในกลองที่ผู้ขายควรรู้รายละเอียดของสินค้าให้มากที่สุดก่อนตัดสินใจขาย เพราะแม้ตัวกลองจะติดโลโก้ DW เหมือนกัน แต่ Collector’s Series, Performance Series และ Design Series มีตำแหน่งสินค้า วัสดุ โครงสร้างตัวถัง ตัวเลือกงานสี และตลาดมือสองแตกต่างกัน
ยิ่งถ้าเป็น Collector’s Series ซึ่งมีทางเลือกเรื่องไม้ โครงสร้าง Shell งาน Finish และ Hardware จำนวนมาก การประเมินจากคำว่า “กลอง DW หนึ่งชุด” เพียงอย่างเดียวแทบไม่เพียงพอ
สำหรับผู้ที่กำลังค้นหา รับซื้อกลองชุด DW, รับซื้อกลองชุด DW มือสอง, รับซื้อกลองชุด DW เก่า, รับซื้อกลองชุด DW ให้ราคาสูง, รับซื้อกลองชุด DW รับถึงที่, รับซื้อเหมากลองชุด DW, รับซื้อกลองชุด DW เลิกใช้งาน, รับซื้อกลองชุด DW ใกล้ฉัน หรือรับซื้อกลองชุด DW ด่วน บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจว่าควรตรวจอะไรบ้างก่อนขาย และอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้กลอง DW สองชุดมีราคาต่างกันมาก
กลองชุด DW มีรุ่นอะไรบ้าง
ข้อมูลจากเว็บไซต์ DW ปัจจุบันแบ่งกลองอะคูสติกชุดหลักออกเป็น Collector’s Series, Performance Series และ Design Series นอกจากนี้ภายในกลุ่ม Collector’s ยังมีแนวคิดและโครงสร้างเฉพาะ เช่น Classics, Contemporary Classic, Jazz, Santa Monica และ SonicPly
ประเด็นนี้สำคัญสำหรับตลาดมือสอง เพราะผู้ซื้อไม่ได้มองเพียงคำว่า DW แต่จะสนใจว่าเป็น Series ใด ใช้ไม้ชนิดใด ขนาดกลองอะไร งาน Finish แบบไหน และมีอุปกรณ์อะไรติดมากับชุด
ทำไมกลอง DW มือสองจึงต้องประเมินเป็นรายชุด
กลอง DW โดยเฉพาะ Collector’s Series มีความหลากหลายสูง
กลองบางชุดเป็น Pure Maple
บางชุดเป็น Pure Birch
บางชุดเป็น Pure Cherry
บางชุดเป็น Pure Oak
บางชุดเป็น Pure Purpleheart
และยังมีโครงสร้างแบบ Maple กับ Mahogany รวมถึงตัวเลือกการเรียงชั้นไม้หลายรูปแบบ
DW ระบุว่า Collector’s Series มีระบบ Specialized Shell Configuration ซึ่งใช้การจัดแนว Grain หลายลักษณะ เช่น Standard, 333, VLT, HVLT, X Shell, VLX, VLX Plus และ HVX เพื่อปรับลักษณะการตอบสนองของตัวถัง
ด้วยเหตุนี้ การรับซื้อกลองชุด DW จึงต่างจากสินค้าที่มีสเปกตายตัว
ถ้าผู้ขายรู้เพียงว่าเป็น DW แต่ไม่รู้ Series และ Shell Configuration การตีราคาอาจคลาดเคลื่อนได้ตั้งแต่ต้น
รู้จักกลอง DW แต่ละ Series ก่อนขาย
DW Collector’s Series
Collector’s Series เป็นกลุ่มที่ต้องตรวจรายละเอียดมากที่สุด
DW ระบุวัสดุตัวถังที่มีให้เลือกหลายประเภท เช่น Maple, Birch, Cherry, Oak และ Purpleheart พร้อมตัวเลือกงาน Custom จำนวนมาก ทั้ง Exotic Veneer งาน Lacquer งาน Satin และ FinishPly
ดังนั้น Collector’s Series มือสองสองชุดที่มีกลองจำนวนเท่ากันอาจมีมูลค่าต่างกันได้มาก
สิ่งที่ควรถ่ายให้ผู้ประเมินเห็นคือ Badge, Serial Number ถ้ามี, ภายใน Shell, งาน Finish, Hardware, ขนาดกลอง และรายละเอียดป้ายที่ติดอยู่ภายในตัวกลอง
ถ้ามีเอกสารเดิม ใบสั่ง Custom หรือข้อมูลจากร้านที่ซื้อมา ควรเก็บไว้ด้วย
DW Collector’s Series Maple
Maple เป็นวัสดุที่พบได้บ่อยในกลุ่ม DW ระดับสูง
DW มีตัวเลือก 333 Maple ซึ่งใช้ Maple เก้าชั้น และยังมีโครงสร้าง Maple แบบอื่นตามระบบ SSC
เวลาขาย Collector’s Maple ไม่ควรแจ้งเพียงว่าเป็น “DW Maple”
ควรดูว่าเป็นกลองปีใด จำนวนกี่ใบ ขนาดอะไร และ Finish แบบไหน เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยแยกชุดธรรมดาออกจากชุด Custom ที่มีรายละเอียดเฉพาะ
DW Collector’s Series Maple Mahogany
อีกกลุ่มที่ควรแยกออกจาก Pure Maple คือ Maple Mahogany
DW อธิบายโครงสร้างนี้ว่าเป็นการนำคุณสมบัติของ North American Maple มารวมกับ Mahogany เพื่อสร้างบุคลิกเสียงอีกแบบหนึ่ง
ในตลาดมือสอง คำว่า Maple Mahogany จึงเป็นรายละเอียดที่ควรแจ้งตั้งแต่ต้น
หากมีป้ายหรือข้อมูลยืนยัน Shell ควรถ่ายให้ชัด เพราะการเดาชนิดไม้จากสีภายในตัวกลองเพียงอย่างเดียวมีโอกาสผิดได้
DW Performance Series
Performance Series อยู่ในอีกระดับหนึ่งที่ต่างจาก Collector’s Series
DW ระบุว่า Performance Series ผลิตด้วย North American Hard Rock Maple และประกอบที่ Oxnard รัฐ California โดยใช้โครงสร้าง HVX ซึ่งจัดแนว Grain แบบ Horizontal, Vertical และ Diagonal
ดังนั้น Performance Series มือสองควรประเมินแยกจาก Collector’s และ Design Series
จุดที่ควรดูคือจำนวนกลอง ขนาด Bass Drum ขนาด Tom จำนวน Floor Tom งาน Finish และสภาพ STM Suspension Tom Mount
Performance Series ที่เป็น Shell Pack เพียงอย่างเดียวก็ต้องตีราคาต่างจากชุดที่มี Snare, Hardware และอุปกรณ์เสริมรวมมาด้วย
DW Design Series
Design Series เป็นอีก Series ที่พบได้ในตลาดมือสอง
ข้อมูลทางการระบุว่าใช้ North American Maple และใช้โครงสร้าง HVLT โดยตัวถังกลองทั่วไปใน Series นี้ใช้ Maple หลายชั้น พร้อม Mini Turret Lug และระบบ True Pitch
จุดสำคัญคือ Design Series ไม่ใช่ Collector’s Series
แม้ทั้งสองจะใช้ชื่อ DW เหมือนกันและมีหน้าตาที่ดูใกล้เคียงกันสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคย แต่ตำแหน่งสินค้าและรายละเอียดการผลิตแตกต่างกัน
การเสนอขายจึงควรระบุ Series ให้ถูกต้อง
DW Design Series Frequent Flyer
ผู้ที่ชอบกลองขนาดกะทัดรัดอาจเคยพบชื่อ Frequent Flyer ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Design Series และถูกนำเสนอโดย DW ในเนื้อหาเกี่ยวกับ Design Series ด้วย
ชุดลักษณะนี้มีตลาดต่างจากกลอง Bass Drum ขนาดใหญ่ทั่วไป เพราะกลุ่มผู้ใช้งานอาจเป็นผู้เล่นที่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อย ใช้ในพื้นที่ขนาดเล็ก หรืออยากได้กลองที่ประหยัดพื้นที่
หากขาย Frequent Flyer จึงควรแจ้งชื่อรุ่นให้ชัด ไม่ควรบอกเพียงว่าเป็น Design Series
DW Collector’s Classics
Classics เป็นแนวทางหนึ่งใน Collector’s Series ที่ DW ออกแบบโดยอ้างอิงบุคลิกเสียงกลองในยุค Big Band แล้วนำมาผสมกับเทคนิคการสร้างกลองยุคใหม่
ถ้ามี DW Classics มือสอง การรักษา Badge, Finish และ Hardware เดิมมีความสำคัญ เพราะผู้สนใจกลองระดับนี้มักต้องการรู้รายละเอียดมากกว่าผู้ซื้อกลองเริ่มต้นทั่วไป
DW Contemporary Classic
Contemporary Classic ถูก DW อธิบายว่าออกแบบให้ได้คุณลักษณะแบบ Vintage จากแนวคิด Classics แต่ใช้โครงสร้างเจ็ดชั้นเพื่อให้โทนเสียงมีความ Focus มากขึ้น
เมื่อขายมือสองจึงควรระบุชื่อเต็มของรุ่น ไม่ควรเรียกรวมเป็น Collector’s อย่างเดียว
DW Jazz
DW Jazz ใช้ Hybrid Gum Shell ตามข้อมูลจาก DW และถูกออกแบบเพื่อให้มีบุคลิกเสียงที่เหมาะตั้งแต่แนว Bebop ไปจนถึง Fusion
ถ้าพบกลอง Jazz Series รุ่นเก่า ผู้ขายควรถ่ายรายละเอียดภายใน Shell และ Badge ให้ชัด เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยแยกจาก Collector’s รุ่นอื่น
DW Santa Monica
Santa Monica เป็นอีกแนวทางหนึ่งใน Collector’s Series
DW ระบุว่าเป็นการนำสูตร All Maple ในยุคแรกของบริษัทกลับมาใช้อีกครั้ง พร้อมงานผลิตสมัยใหม่
กลองประเภทนี้จึงไม่ควรประเมินจากจำนวนใบอย่างเดียว
ชื่อ Series และความเป็นรุ่นเฉพาะมีความสำคัญต่อการศึกษาราคาตลาด
DW SonicPly
SonicPly แตกต่างจากตัวเลือกไม้ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
DW ระบุว่า SonicPly ผสม Aluminum เกรดอากาศยานเข้ากับ American Maple เพื่อเพิ่ม Attack และ Articulation ของเสียง
ถ้าคุณมี DW SonicPly และกำลังคิดจะขาย ควรถ่ายข้อมูลรุ่นให้ละเอียด เพราะเป็นโครงสร้างที่ไม่ควรถูกตีราคาเหมือน Maple Shell ทั่วไปโดยไม่ตรวจสอบ
เปรียบเทียบ DW Collector’s, Performance และ Design แบบเข้าใจง่าย
Collector’s Series เหมาะกับการประเมินแบบละเอียดที่สุด
Collector’s มีตัวเลือก Custom จำนวนมาก
ไม้ต่างกัน
Shell Configuration ต่างกัน
Finish ต่างกัน
Hardware สีต่างกัน
จำนวนและขนาดกลองต่างกัน
ดังนั้นคำถามแรกที่ผู้ประเมินควรถามไม่ใช่เพียงว่า “กลองกี่ใบ”
แต่ควรถามว่าเป็น Collector’s แบบไหน
Performance Series มีสเปกชัดเจนมากขึ้น
Performance ใช้ North American Hard Rock Maple และ HVX Shell ตามข้อมูลทางการ
การเปรียบเทียบราคาจึงทำได้ตรงรุ่นมากกว่า Collector’s ที่มี Custom Options จำนวนมาก
แต่ขนาดกลองและ Finish ก็ยังมีผลต่อมูลค่าในตลาดมือสอง
Design Series เข้าถึงง่ายกว่า แต่ยังต้องดูรุ่นและขนาด
Design Series ใช้ North American Maple และโครงสร้าง HVLT ตามข้อมูล DW
ถ้าจะเปรียบเทียบราคามือสอง ควรเปรียบเทียบ Design กับ Design ที่มีจำนวนใบและขนาดใกล้เคียงกัน
ไม่ควรนำราคาของ Design ไปเทียบกับ Collector’s Custom แบบตรงตัว
รับซื้อกลองชุด DW มือสอง ดูจากอะไรบ้าง
1. Series
Collector’s
Performance
Design
Jazz
Classics
หรือรุ่นเฉพาะอื่น
เพียงการระบุ Series ให้ถูกต้องก็ช่วยให้การประเมินแคบลงมาก
2. ขนาดกลอง
ควรวัด Bass Drum, Tom และ Floor Tom
กลองสี่ใบที่ประกอบด้วย Bass Drum 18 นิ้ว ย่อมมีตลาดต่างจากชุด Bass Drum 22 หรือ 24 นิ้ว
อย่าประเมินจากจำนวนใบเพียงอย่างเดียว
3. Shell Material
Maple, Birch, Cherry, Oak, Purpleheart, Maple Mahogany หรือ Hybrid Shell มีรายละเอียดและตลาดต่างกัน
โดยเฉพาะ Collector’s Series ควรหาหลักฐานยืนยันสเปกของชุดให้ได้มากที่สุด
4. Finish
DW มี Finish จำนวนมาก
ชุดที่เป็นงาน Custom หรือ Exotic Veneer บางประเภทอาจต้องตรวจข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตีราคา
รอยแตกร้าวของ Lacquer กับความเสียหายของตัวไม้จริงก็เป็นคนละเรื่องกัน
ควรถ่ายภาพใกล้เพื่อแยกให้ออก
5. Hardware ของตัวกลอง
ตรวจ Lug
ตรวจ Hoop
ตรวจ STM
ตรวจขา Floor Tom
ตรวจ Spur ของ Bass Drum
ตรวจ Tom Mount
ตรวจ Tension Rod
ความครบและความเป็นของเดิมมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ
6. สภาพ Shell
สิ่งที่ต้องระวังมากกว่ารอยใช้งานทั่วไปคือ Shell แตก
Shell บวมจากความชื้น
Bearing Edge เสีย
ตัวกลองเสียรูป
รูถูกเจาะเพิ่ม
หรือ Hardware ถูกดัดแปลง
รอยขนแมวหรือรอยใช้งานเล็กน้อยกับความเสียหายเชิงโครงสร้างควรแยกออกจากกัน






