รับซื้อแอร์มือสอง เก่า รับถึงที่ ประเมินอย่างไรให้ได้ราคาที่เหมาะสม
บทความโดยทีมงาน s66i.asia
รับซื้อแอร์ รับซื้อแอร์มือสอง รับซื้อแอร์ถึงที่ ประเมินอย่างไรให้ได้ราคาที่เหมาะสม
แอร์หรือเครื่องปรับอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมูลค่ามือสองแตกต่างจากสินค้าทั่วไป เพราะเวลาขายไม่ได้พิจารณาเฉพาะตัวเครื่องภายในห้องเท่านั้น แต่ต้องดูคอยล์เย็น คอยล์ร้อน คอมเพรสเซอร์ แผงวงจร ระบบอินเวอร์เตอร์ ขนาด BTU อายุการใช้งาน สภาพการทำความเย็น รวมถึงต้นทุนรื้อถอนและขนย้าย
ดังนั้น ผู้ที่กำลังค้นหา รับซื้อแอร์, รับซื้อแอร์มือสอง, รับซื้อแอร์เก่า, รับซื้อแอร์ให้ราคาสูง, รับซื้อแอร์รับถึงที่, รับซื้อเหมาแอร์, รับซื้อแอร์เลิกใช้งาน, รับซื้อแอร์ใกล้ฉัน หรือ รับซื้อแอร์ด่วน ไม่ควรดูเพียงราคาที่ผู้รับซื้อเสนอครั้งแรก แต่ควรเข้าใจด้วยว่าราคานั้นรวมค่ารื้อถอน ค่าขนย้าย และอุปกรณ์ทั้งหมดหรือยัง
บทความโดยทีมงาน s66i.asia จะอธิบายตั้งแต่หลักการประเมินแอร์มือสอง ความแตกต่างของแอร์อินเวอร์เตอร์และแอร์ระบบทั่วไป ขนาด BTU ที่มีผลต่อราคา ยี่ห้อและรุ่นที่พบในตลาด ตลอดจนตัวอย่างกรณีศึกษาที่ช่วยให้เจ้าของแอร์เตรียมข้อมูลก่อนขายได้ง่ายขึ้น
รับซื้อแอร์มือสอง ดูอะไรเป็นอันดับแรก
สิ่งแรกที่ควรรู้คือ แอร์หนึ่งชุดประกอบด้วยอุปกรณ์สำคัญหลายส่วน
ตัวเครื่องภายในหรือคอยล์เย็นเป็นส่วนที่ติดตั้งอยู่ภายในห้อง
ชุดภายนอกหรือคอยล์ร้อนเป็นส่วนที่มีคอมเพรสเซอร์และอุปกรณ์ระบายความร้อน
นอกจากนี้ยังมีรีโมต สายไฟ ท่อน้ำยา สายสัญญาณ และอุปกรณ์ประกอบอื่น
ดังนั้น เมื่อแจ้งว่าต้องการขายแอร์ ควรระบุให้ชัดเจนว่าเป็นแอร์ครบชุดหรือมีเพียงบางส่วน เพราะราคาประเมินแตกต่างกันอย่างมาก
ปัจจัยสำคัญที่กำหนดราคารับซื้อแอร์
ยี่ห้อและรุ่นของเครื่อง
แอร์แต่ละแบรนด์มีราคาจำหน่ายใหม่ ต้นทุนอะไหล่ ความต้องการของตลาด และอายุการใช้งานแตกต่างกัน
แบรนด์ที่พบได้บ่อยในตลาดไทย เช่น Daikin, Mitsubishi Electric, Carrier, Panasonic, LG, Samsung, Toshiba, Haier, Hitachi, Sharp, TCL, Central Air และ Saijo Denki
อย่างไรก็ตาม การเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงไม่ได้หมายความว่าเครื่องจะได้ราคาสูงเสมอไป
รหัสรุ่น อายุเครื่อง ระบบคอมเพรสเซอร์ และสภาพจริงมีผลต่อราคามากกว่าโลโก้ด้านหน้าตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว
ขนาด BTU
BTU เป็นข้อมูลสำคัญมากในการประเมินแอร์มือสอง
กลุ่มขนาดที่พบได้บ่อย ได้แก่ 9000 BTU, 12000 BTU, 13000 BTU, 15000 BTU, 18000 BTU, 24000 BTU, 30000 BTU, 36000 BTU และขนาดที่สูงกว่านั้นในแอร์เชิงพาณิชย์
แอร์ขนาดใหญ่มีราคาจำหน่ายใหม่สูงกว่าในหลายกรณี แต่ก็มีน้ำหนักมากกว่า ใช้แรงงานรื้อถอนมากกว่า และต้องมีตลาดรองรับ
ดังนั้นคำว่า BTU สูงจึงไม่ได้หมายความว่าราคารับซื้อจะสูงตามสัดส่วนเสมอไป
แอร์อินเวอร์เตอร์กับแอร์ธรรมดา แบบไหนมีมูลค่ามือสองมากกว่า
ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศจำนวนมากใช้เทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ ซึ่งควบคุมความเร็วของคอมเพรสเซอร์ตามภาระการทำความเย็น ต่างจากระบบทั่วไปที่มีรูปแบบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ต่างออกไป
Panasonic อธิบายว่าระบบอินเวอร์เตอร์สามารถปรับความเร็วคอมเพรสเซอร์เพื่อควบคุมอุณหภูมิและการใช้พลังงานได้ละเอียดขึ้น
ในตลาดมือสอง แอร์อินเวอร์เตอร์รุ่นที่ไม่เก่ามากและระบบควบคุมยังสมบูรณ์มักมีความน่าสนใจ แต่ต้องตรวจแผงวงจรและคอมเพรสเซอร์อย่างละเอียด
ส่วนแอร์ระบบทั่วไปอาจมีข้อดีในด้านโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อนมากในบางรุ่น ทำให้ช่างบางกลุ่มยังมีความต้องการนำไปใช้งานหรือซ่อมต่อ
ดังนั้น การประเมินราคาไม่ควรใช้กฎง่าย ๆ ว่าอินเวอร์เตอร์ต้องแพงกว่าเสมอ
แอร์เก่ากี่ปีจึงยังขายได้
ไม่มีตัวเลขอายุที่สามารถใช้ตัดสินได้ทุกเครื่อง
แอร์อายุประมาณสามปีที่ไม่ได้รับการดูแลอาจมีสภาพแย่กว่าแอร์อายุห้าปีที่ล้างสม่ำเสมอและมีการใช้งานไม่หนัก
ผู้รับซื้อจึงมักดูหลายข้อมูลร่วมกัน เช่น
ปีที่ซื้อ
รหัสรุ่น
ระบบอินเวอร์เตอร์
ขนาด BTU
สภาพคอมเพรสเซอร์
ความเย็น
เสียงของเครื่อง
สภาพคอยล์
สนิม
สภาพแผงวงจร
รีโมต
ประวัติการซ่อม
ตำแหน่งติดตั้ง
ความยากในการรื้อถอน
รับซื้อแอร์ให้ราคาสูง ต้องเตรียมข้อมูลอะไร
หากต้องการให้ผู้รับซื้อประเมินราคาได้ใกล้เคียงสภาพจริง ควรเตรียมข้อมูลให้ครบตั้งแต่ครั้งแรก
ถ่ายรูปตัวเครื่องภายใน
ควรถ่ายให้เห็นสภาพโดยรวม ฝาครอบ หน้าจอแสดงผล ช่องลม และตำหนิ
ถ่ายรูปคอยล์ร้อน
คอยล์ร้อนเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมิน เพราะด้านข้างของเครื่องมักมีสติกเกอร์ระบุรุ่น ขนาด ความสามารถในการทำความเย็นและข้อมูลทางไฟฟ้า
ถ่ายรหัสรุ่น
หากไม่ทราบว่าแอร์กี่ BTU การถ่ายป้ายข้อมูลให้ชัดเจนช่วยให้ผู้รับซื้อค้นรายละเอียดได้ง่ายกว่าการคาดเดาจากขนาดตัวเครื่อง
แจ้งอาการตรงตามจริง
ถ้าแอร์ไม่เย็น มีเสียงดัง น้ำหยด รีโมตเสีย มีไฟกระพริบ หรือคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน ควรแจ้งตั้งแต่ต้น
เครื่องเสียไม่ได้หมายความว่าไม่มีมูลค่า แต่ราคาและวิธีประเมินจะแตกต่างจากเครื่องที่พร้อมใช้งาน
เปรียบเทียบแอร์แต่ละประเภทก่อนขาย
แอร์ติดผนัง
เป็นประเภทที่พบมากที่สุดในบ้าน คอนโด หอพัก สำนักงานและร้านค้าขนาดเล็ก
ขนาดประมาณ 9000 BTU ถึง 24000 BTU เป็นช่วงที่พบได้บ่อย
ข้อดีของแอร์ติดผนังคือสามารถรื้อถอนและเคลื่อนย้ายได้ง่ายกว่าแอร์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ในหลายกรณี
แอร์แขวนใต้ฝ้า
มักพบในร้านอาหาร สำนักงาน โชว์รูม ห้องประชุมและพื้นที่ขนาดใหญ่
ตัวเครื่องและคอยล์ร้อนมักมีขนาดใหญ่กว่าแอร์ติดผนังทั่วไป
การประเมินต้องดูทั้งกำลังความเย็น ระบบไฟและพื้นที่รื้อถอน
แอร์ฝังฝ้า
แอร์ฝังฝ้าหรือแอร์ Cassette นิยมในสำนักงาน ร้านค้า โรงแรมและอาคารพาณิชย์
การรื้อถอนมีรายละเอียดมากกว่าแอร์ติดผนัง เพราะตัวเครื่องอยู่เหนือฝ้าและอาจมีระบบท่อน้ำทิ้ง ท่อน้ำยาและระบบไฟที่ซับซ้อนกว่า
Samsung ยังมีเครื่องปรับอากาศแบบฝังฝ้าในตระกูล WindFree หลายขนาด โดยมีทั้งระบบอินเวอร์เตอร์และระบบกระจายลมสำหรับพื้นที่เชิงพาณิชย์





