รับซื้อ MikroTik มือสอง รุ่นไหนยังน่าสนใจ วิธีดูราคา Router Switch และอุปกรณ์ Network
คำว่า รับซื้อไมโครติก หรือ รับซื้อ MikroTik มือสอง มีความหมายกว้างกว่าการขาย Router เครื่องเก่าเพียงตัวเดียว เพราะผลิตภัณฑ์ MikroTik มีตั้งแต่ Router ขนาดเล็กสำหรับสำนักงาน ไปจนถึง Cloud Core Router และ Switch สำหรับระบบเครือข่ายความเร็วสูง
ดังนั้นการประเมินราคา MikroTik มือสองควรเริ่มจาก Product Code และสเปกจริงของเครื่อง ไม่ควรใช้วิธีดูเพียงว่ากล่องเหมือนกันหรือจำนวน Port ใกล้เคียงกัน
อุปกรณ์ที่หน้าตาคล้ายกันอาจมี CPU, RAM, Interface และความสามารถด้าน Network ต่างกันมาก ส่งผลให้มูลค่าในตลาดมือสองต่างกันตามไปด้วย
MikroTik คืออะไร
MikroTik เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ Network ที่มีผลิตภัณฑ์หลายกลุ่ม เช่น Router, Switch, Wireless, Access Point และอุปกรณ์ Fiber
หนึ่งในจุดเด่นคือ RouterOS ซึ่งทำให้อุปกรณ์หลายรุ่นสามารถจัดการ Routing, Firewall, VLAN, VPN, Queue และงาน Network อื่นได้ภายในเครื่องเดียว
ในตลาดมือสอง ผู้ซื้อจึงไม่ได้พิจารณาเพียงจำนวน Port แต่ต้องดู Architecture, CPU, RAM, RouterOS, Interface และความเหมาะสมกับระบบที่จะนำไปใช้งาน
รับซื้อไมโครติกมือสอง ประเมินจากอะไร
-
รุ่นและ Product Code
ชื่อรุ่นเป็นข้อมูลสำคัญที่สุด ตัวอักษรเพียงไม่กี่ตัวอาจหมายถึง Interface หรือความสามารถที่แตกต่างกัน
-
สภาพเครื่อง
ดูฝาครอบ พอร์ต ช่องเสียบไฟ พัดลม หน้าจอ และร่องรอยความเสียหาย
-
Adapter และ Power Supply
เครื่องที่มีชุดจ่ายไฟครบพร้อมใช้งานประเมินได้ง่ายกว่าเครื่องเปล่า
-
Rack Ear
รุ่น Rackmount ควรเก็บชุดยึด Rack ไว้ด้วย
-
SFP และ Module
หากมี Module Fiber อยู่กับเครื่อง ควรแจ้งรุ่นแยก เพราะบางชิ้นมีมูลค่าในตัวเอง
-
สถานะการทำงาน
หากเปิดเครื่องได้ ควรตรวจสอบ Port, Power Supply, Fan และการ Boot
-
จำนวนสินค้า
การขายเป็นจำนวนมากจากบริษัทหรือ ISP มักวางแผนรับซื้อและขนย้ายแตกต่างจากเครื่องเดียว
กลุ่ม CCR เหมาะกับงานประเภทไหน
CCR หมายถึงกลุ่ม Cloud Core Router ซึ่งออกแบบมาสำหรับงาน Routing ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงกว่ากลุ่ม Router ขนาดเล็ก
CCR2116 12G 4S Plus
รุ่นนี้ใช้สถาปัตยกรรม ARM64 และ CPU 16 Core มี Gigabit Ethernet รวม 13 Port และ SFP Plus จำนวน 4 Port รองรับ RouterOS v7 เหมาะกับงานที่ต้องใช้ Routing และการเชื่อมต่อระดับ 10 Gigabit
ในตลาดมือสอง รุ่นระดับนี้ควรตรวจสอบ Power Supply พัดลม SFP และประวัติการใช้งานอย่างละเอียด เพราะเป็นอุปกรณ์ที่มักทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน
CCR2216 1G 12XS 2XQ
เป็นรุ่นระดับสูงที่มี SFP28 จำนวน 12 Port สำหรับการเชื่อมต่อระดับ 25 Gigabit และ QSFP28 จำนวน 2 Port สำหรับระดับ 100 Gigabit พร้อม RAM 16 GB และ CPU 16 Core
อุปกรณ์ประเภทนี้ไม่ควรถูกประเมินเหมือน Router ทั่วไป เพราะกลุ่มผู้ใช้งานและต้นทุนของระบบแตกต่างกันมาก
CCR2004
CCR2004 มีหลายรุ่นย่อย เป็นอีกกลุ่มที่พบในระบบองค์กรและ ISP
ก่อนขายควรดูรหัสเต็มของเครื่อง เพราะจำนวน Ethernet และ SFP แตกต่างกันในแต่ละรุ่น
RB5009UG Plus S Plus IN
RB5009 เป็น Router ขนาดกะทัดรัดที่มี Gigabit Ethernet 7 Port, Ethernet 2.5 Gigabit 1 Port และช่อง SFP Plus 10 Gigabit 1 Port ใช้ CPU ARM64 แบบ 4 Core และ RouterOS v7
ข้อดีของกลุ่มนี้คือขนาดเล็กและประสิทธิภาพสูงเมื่อเทียบกับพื้นที่ติดตั้ง
เมื่อนำมาขายมือสองควรเก็บ Adapter และชุดติดตั้งไว้ครบ
hEX refresh
hEX refresh เป็น Router ขนาดเล็กที่ MikroTik ปรับมาใช้ CPU ARM แบบ 2 Core และ RAM 512 MB เหมาะกับงานบ้าน สำนักงานขนาดเล็ก และระบบที่ไม่ต้องการอุปกรณ์ Rack ขนาดใหญ่
แม้มูลค่าต่อเครื่องจะไม่เท่ากลุ่ม CCR แต่หากมีจำนวนมากก็สามารถนำมาประเมินรวมได้
CRS เป็นกลุ่ม Cloud Router Switch ซึ่งเหมาะกับงาน Switching และ Network ที่ต้องการ Port จำนวนมาก
ตัวอย่าง CRS326 24G 2S Plus RM มี Gigabit Ethernet 24 Port และ SFP Plus 2 Port ตัวเครื่องขนาด Rack 1U และสามารถเลือกใช้งาน RouterOS หรือ SwitchOS ได้
ดังนั้นเวลาประเมินเครื่องประเภท CRS ควรตรวจสอบทุก Port และดูว่า Rack Ear ยังอยู่ครบหรือไม่
นอกจากรุ่นใหม่แล้ว ยังมี MikroTik รุ่นที่ถูกถอดออกจากระบบเดิมเมื่อองค์กร Upgrade Network เช่น CCR1009, CCR1036, RB3011, RB4011, CRS125 และอุปกรณ์กลุ่ม hAP
รุ่นเก่าไม่ได้หมายความว่าไม่มีมูลค่า
คำถามสำคัญคือยังใช้งานได้หรือไม่ มีความต้องการสำหรับงานประเภทใด และมีอุปกรณ์ประกอบครบเพียงใด
CCR เหมาะกับงาน Routing ประสิทธิภาพสูง องค์กรขนาดใหญ่ และ ISP
CRS เน้นงาน Switching จำนวน Port มาก และบางรุ่นมีความสามารถด้าน Routing เพิ่มเติม
RB เป็นตระกูล RouterBOARD ที่มีตั้งแต่รุ่นขนาดเล็กถึงรุ่นประสิทธิภาพสูง
ผู้ขายจึงไม่ควรใช้จำนวน Port เป็นตัวตัดสินราคาหลัก
Router 8 Port บางรุ่นอาจมีมูลค่ามากกว่า Switch 24 Port หาก CPU และ Interface อยู่คนละระดับกัน
หากเป็นอุปกรณ์ของบริษัท สิ่งสำคัญคือการจัดการ Configuration และข้อมูลภายในอย่างปลอดภัย
ควรสำรอง Configuration ที่ต้องการเก็บไว้ก่อน จากนั้นดำเนินการล้างค่าตามนโยบายขององค์กร
ไม่ควรส่งมอบอุปกรณ์ที่ยังมี Password, VPN Credential, IP Configuration หรือข้อมูลระบบภายในโดยไม่ได้ตรวจสอบ
เรื่องนี้สำคัญกว่าราคาขาย เพราะ Configuration อาจเปิดเผยโครงสร้าง Network ขององค์กรได้
สาเหตุที่องค์กรเลิกใช้งาน MikroTik มีหลายแบบ เช่น
-
เปลี่ยน Firewall
-
Upgrade ความเร็ว Internet
-
เปลี่ยน Switch เป็น 10 Gigabit หรือ 25 Gigabit
-
ย้ายสำนักงาน
-
ปิดสาขา
-
เปลี่ยนผู้ให้บริการระบบ Network
-
รวม Data Center
หากมีอุปกรณ์จำนวนมาก ควรจัดรายการตามรุ่นและจำนวนก่อนส่งประเมิน
ตัวอย่างเช่น CCR จำนวน 4 เครื่อง, CRS จำนวน 12 เครื่อง, RB จำนวน 20 เครื่อง และ Access Point จำนวน 30 เครื่อง
วิธีนี้ช่วยให้ประเมินได้เร็วกว่าการส่งภาพกองอุปกรณ์โดยไม่ทราบรุ่น
สมมติองค์กรแห่งหนึ่งมี MikroTik จำนวน 35 เครื่องหลังจากปรับระบบเครือข่ายใหม่
ในจำนวนนี้มี CCR รุ่นเก่า 5 เครื่อง
CRS แบบ Rack 8 เครื่อง
RB และ Router ขนาดเล็ก 12 เครื่อง
Access Point อีก 10 เครื่อง
หากตีราคาทั้งหมดตามน้ำหนักหรือคิดเป็นราคาเดียวต่อเครื่อง อุปกรณ์ระดับ CCR จะเสียมูลค่าทันที
แนวทางที่เหมาะสมคือคัดแยกเป็นระดับ
กลุ่มแรก อุปกรณ์ Enterprise และ ISP
กลุ่มที่สอง Switch และ Router Rackmount
กลุ่มที่สาม Router และ Access Point ขนาดเล็ก
กลุ่มที่สี่ อุปกรณ์เสียและอะไหล่
จากนั้นตรวจ Power Supply, Port และอุปกรณ์ประกอบของแต่ละกลุ่ม
ตัวอย่างนี้เป็นกรณีจำลองที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายหลักการประเมิน ไม่ใช่ประวัติลูกค้าจริงของ s66i.asia
ควรถ่ายภาพสติกเกอร์รุ่นให้ชัด
อย่าแยก Adapter โดยไม่ติดป้าย
เก็บ Rack Ear และน็อตไว้กับเครื่อง
ถ้ามี SFP Module ให้แยกรุ่น
แจ้งจำนวนที่เปิดติดและจำนวนที่ยังไม่ได้ทดสอบ
หากมีหลายรุ่นควรทำรายการใน Spreadsheet หรือข้อความสรุป
ข้อมูลที่ละเอียดช่วยลดการประเมินแบบเผื่อความเสี่ยง
การขายเหมาเหมาะกับสำนักงาน โรงแรม โรงงาน มหาวิทยาลัย ผู้ให้บริการ Internet และผู้รับเหมาระบบที่มีอุปกรณ์เก่าจำนวนมาก
นอกจาก MikroTik แล้ว ควรแจ้งหากมี Switch, Server, Firewall, Access Point, UPS, SFP, Fiber Module และตู้ Rack อยู่ในโครงการเดียวกัน
บางครั้งอุปกรณ์ที่ถูกมองว่าเป็นของแถมอาจมีมูลค่าแยกได้
ควรเลือกผู้ที่สามารถอ่านรุ่นและเข้าใจความแตกต่างของอุปกรณ์ Network
การตีราคา Router, Switch และ SFP เหมือนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปอาจทำให้มูลค่าที่แท้จริงหายไป
โดยเฉพาะ MikroTik กลุ่ม CCR และรุ่นที่มี Interface ระดับ 10, 25 หรือ 100 Gigabit
เตรียมข้อมูล 5 อย่าง
รุ่น
จำนวน
สภาพ
อุปกรณ์ที่มี
พื้นที่รับสินค้า
หากมีรายการหลายสิบหรือหลายร้อยเครื่อง การส่งรายชื่อรุ่นทั้งหมดตั้งแต่แรกจะช่วยได้มากที่สุด
MikroTik มือสองไม่ควรประเมินจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว
รุ่น CPU Interface RAM ระบบปฏิบัติการ อุปกรณ์ประกอบ และสภาพการใช้งาน ล้วนมีผลต่อมูลค่า
ก่อนขายควรตรวจ Product Code ให้ชัด เก็บ Adapter และอุปกรณ์ให้ครบ สำรองข้อมูลที่จำเป็น และล้าง Configuration ตามนโยบายความปลอดภัยขององค์กร
หากเป็นโครงการรื้อ Network ทั้งระบบ ควรทำรายการอุปกรณ์ทั้งหมดก่อนประเมิน เพื่อให้ Router, Switch, SFP และอุปกรณ์อื่นได้รับการแยกมูลค่าอย่างเหมาะสม
โดยทีมงาน s66i.asia
รับซื้อไมโครติก,รับซื้อ mikrotik,รับซื้อไมโครติกมือสอง,รับซื้อ mikrotik มือสอง,รับซื้อไมโครติกเก่า,รับซื้อไมโครติกให้ราคาสูง,รับซื้อไมโครติกถึงที่,รับซื้อเหมาไมโครติก,รับซื้อไมโครติกเลิกใช้งาน,รับซื้อไมโครติกใกล้ฉัน,รับซื้อไมโครติกด่วน,ขายไมโครติกมือสอง,ขาย mikrotik มือสอง,รับซื้อ router mikrotik,รับซื้อ switch mikrotik,รับซื้อ router มือสอง,รับซื้อ switch มือสอง,รับซื้อ ccr mikrotik,รับซื้อ crs mikrotik,รับซื้อ rb mikrotik,รับซื้อ ccr มือสอง,รับซื้อ crs มือสอง,รับซื้อ rb5009,รับซื้อ ccr2004,รับซื้อ ccr2116,รับซื้อ ccr2216,รับซื้อ crs326,รับซื้อ ccr1009,รับซื้อ ccr1036,รับซื้อ rb3011,รับซื้อ rb4011,รับซื้อ sfp mikrotik,รับซื้อ access point mikrotik,รับซื้ออุปกรณ์ mikrotik ยกชุด,รับซื้ออุปกรณ์ network บริษัท,รับซื้ออุปกรณ์ network เลิกใช้งาน,รับซื้ออุปกรณ์ isp มือสอง,ราคารับซื้อ mikrotik,ประเมินราคา mikrotik มือสอง,






