รับซื้อตู้แช่สแตนเลส ทำไมต้องดูมากกว่าแค่ขนาดของตู้
ตู้แช่สแตนเลสเป็นอุปกรณ์สำคัญของร้านอาหาร โรงแรม คาเฟ่ เบเกอรี่ ครัวกลาง โรงพยาบาล โรงอาหาร โรงงานผลิตอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และธุรกิจที่ต้องเก็บวัตถุดิบภายใต้อุณหภูมิที่เหมาะสม
เมื่อธุรกิจปรับปรุงครัว เปลี่ยนเครื่องใหม่ ปิดสาขา เลิกกิจการ หรือมีอุปกรณ์ส่วนเกิน จึงมักเกิดการค้นหา เช่น รับซื้อตู้แช่สแตนเลส รับซื้อตู้แช่สแตนเลสมือสอง รับซื้อตู้แช่สแตนเลสเก่า รับซื้อตู้แช่สแตนเลสให้ราคาสูง รับซื้อตู้แช่สแตนเลสรับถึงที่ และรับซื้อตู้แช่สแตนเลสด่วน
สิ่งที่เจ้าของสินค้าควรรู้คือ ตู้แช่สแตนเลสไม่ได้มีมูลค่าเท่ากันตามจำนวนประตูหรือขนาดเพียงอย่างเดียว
ตู้สองประตูที่สภาพดี ระบบความเย็นสมบูรณ์ และเป็นรุ่นที่ตลาดยังต้องการ อาจมีมูลค่าสูงกว่าตู้สี่ประตูที่ระบบความเย็นมีปัญหา
การประเมินจึงต้องพิจารณาทั้งยี่ห้อ รุ่น ประเภทตู้ ระบบทำความเย็น อายุการใช้งาน คอมเพรสเซอร์ แผงควบคุม สภาพสแตนเลส ยางขอบประตู อุปกรณ์ภายใน และต้นทุนในการขนย้าย
ทีมงาน s66i.asia จึงแนะนำให้เตรียมข้อมูลของเครื่องให้ครบก่อนสอบถามราคา เพื่อให้การประเมินเบื้องต้นใกล้เคียงกับสภาพจริงมากที่สุด
ตู้แช่สแตนเลสคืออะไร
ตู้แช่สแตนเลสคืออุปกรณ์ทำความเย็นที่ออกแบบให้ตัวตู้หรือส่วนสำคัญของโครงสร้างผลิตจากสแตนเลส จุดเด่นคือมีความแข็งแรง ทำความสะอาดง่าย และเหมาะกับสภาพแวดล้อมของครัวเชิงพาณิชย์
ตู้ประเภทนี้ไม่ได้มีเฉพาะตู้แช่แข็งเท่านั้น แต่สามารถแบ่งเป็นหลายกลุ่ม
-
ตู้แช่เย็นสแตนเลส
-
ตู้แช่แข็งสแตนเลส
-
ตู้แช่เย็นและแช่แข็งในเครื่องเดียว
-
ตู้แช่สแตนเลสแบบยืน
-
ตู้แช่สแตนเลสใต้เคาน์เตอร์
-
ตู้แช่สแตนเลสแบบโต๊ะเตรียมอาหาร
-
ตู้แช่สแตนเลสสองประตู
-
ตู้แช่สแตนเลสสี่ประตู
-
ตู้แช่สแตนเลสหกประตู
-
ตู้แช่สแตนเลสแบบลิ้นชัก
แต่ละประเภทมีตลาดผู้ใช้ต่อแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำราคาของตู้คนละประเภทมาเปรียบเทียบกันโดยตรง
ตู้แช่เย็นสแตนเลส กับตู้แช่แข็งสแตนเลส ต่างกันอย่างไร
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ช่วงอุณหภูมิและระบบทำความเย็น
ตู้แช่เย็นเหมาะกับการเก็บผัก ผลไม้ เครื่องดื่ม วัตถุดิบ และอาหารที่ต้องการความเย็นแต่ไม่จำเป็นต้องแข็ง
ตู้แช่แข็งออกแบบมาสำหรับวัตถุดิบที่ต้องเก็บในอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์ เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล และอาหารแช่แข็ง
เมื่อนำมาขายเป็นสินค้ามือสอง ผู้รับซื้อจึงต้องตรวจว่าระบบสามารถทำอุณหภูมิได้ตามประเภทของเครื่องจริงหรือไม่
ตู้ที่เปิดติดไม่ได้หมายความว่าระบบความเย็นสมบูรณ์เสมอไป
จอแสดงผลอาจทำงาน พัดลมอาจหมุน แต่คอมเพรสเซอร์หรือระบบน้ำยาอาจมีปัญหาได้
รับซื้อตู้แช่สแตนเลสมือสอง ประเมินจากอะไรบ้าง
1. ยี่ห้อและรุ่น
ยี่ห้อและรุ่นเป็นข้อมูลอันดับแรกที่ควรถ่ายให้เห็นชัด
ตู้จากผู้ผลิตแต่ละรายมีระบบทำความเย็น ราคาเครื่องใหม่ อะไหล่ และกลุ่มผู้ใช้งานแตกต่างกัน
หากมีป้ายรุ่น ป้ายกำลังไฟ และ Serial Number ควรถ่ายภาพให้ครบ
2. เป็นตู้แช่เย็นหรือแช่แข็ง
สองประเภทนี้ไม่ควรประเมินรวมกัน
ควรระบุให้ชัดว่าเป็น Chiller, Freezer หรือ Combination
หากไม่แน่ใจ สามารถดูจากป้ายข้อมูลของเครื่องและช่วงอุณหภูมิที่ระบุไว้
3. จำนวนประตู
ตู้สองประตู สี่ประตู และหกประตูมีขนาดและความจุต่างกัน
แต่จำนวนประตูมากไม่ได้หมายความว่าราคามือสองต้องสูงกว่าเสมอ เพราะตลาดปลายทางและสภาพเครื่องมีผลอย่างมาก
4. ระบบคอมเพรสเซอร์
คอมเพรสเซอร์เป็นส่วนสำคัญของระบบทำความเย็น
ควรสังเกตว่าเครื่องเริ่มทำงานตามปกติหรือไม่ มีเสียงดังผิดปกติหรือไม่ และสามารถทำความเย็นลงได้หรือไม่
หากไม่แน่ใจ ไม่ควรแกะระบบด้วยตัวเอง
5. แผงควบคุมอุณหภูมิ
ตู้เชิงพาณิชย์จำนวนมากใช้ Digital Controller
ควรทดลองว่าหน้าจอแสดงผลได้หรือไม่ ปุ่มควบคุมตอบสนองหรือไม่ และมีรหัสแจ้งเตือนหรือไม่
6. ระบบพัดลม
ระบบหมุนเวียนอากาศมีผลต่อการกระจายความเย็นภายในตู้
หากพัดลมไม่ทำงาน อุณหภูมิในแต่ละตำแหน่งอาจไม่สม่ำเสมอ
7. สภาพยางขอบประตู
ยางประตูที่เสื่อม แข็ง ฉีก หรือปิดไม่สนิททำให้ความเย็นรั่วออกจากตู้
ผลคือคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นและมีผลต่อการใช้พลังงาน
8. สภาพสแตนเลส
รอยขีดข่วนจากการใช้งานทั่วไปพบได้ตามปกติในครัวร้านอาหาร
สิ่งที่ควรตรวจมากกว่าความสวยคือบริเวณที่เป็นสนิม ผุ บุบหนัก รอยเชื่อม ประตูบิด และฐานตู้เสียรูป
9. ชั้นวางและอุปกรณ์ภายใน
ตู้ที่มีชั้นวางครบ รางชั้นครบ และอุปกรณ์สำคัญไม่สูญหายจะพร้อมสำหรับการนำไปใช้งานต่อมากกว่า
10. อายุและประวัติการใช้งาน
หากทราบปีที่ซื้อหรือระยะเวลาการใช้งาน ควรแจ้งผู้ประเมิน
ตู้ที่ใช้งานในร้านอาหารตลอดทั้งวันอาจมีลักษณะการสึกหรอแตกต่างจากตู้ที่ใช้เป็นครั้งคราว
รับซื้อตู้แช่สแตนเลสให้ราคาสูง หมายความว่าอย่างไร
ราคาสูงควรหมายถึงราคาที่เหมาะสมกับมูลค่าของสินค้า ไม่ใช่เพียงตัวเลขที่เสนอสูงในครั้งแรกแล้วลดลงเมื่อถึงวันรับสินค้า
การประเมินอย่างมีเหตุผลควรพิจารณา
ราคาตลาดของรุ่นนั้น
สภาพการใช้งาน
ค่าอะไหล่ที่อาจต้องเปลี่ยน
ค่าทำความสะอาด
ค่าตรวจระบบ
ค่าขนส่ง
จำนวนคนที่ใช้ในการยก
ความยากในการนำสินค้าออกจากสถานที่
ความต้องการของตลาดมือสอง
หากตู้พร้อมใช้งาน มีรุ่นชัดเจน ระบบความเย็นสมบูรณ์ และสภาพตัวถังดี โอกาสประเมินมูลค่าได้ดีกว่าตู้ที่ไม่สามารถตรวจสอบการทำงานได้ก็มีมากขึ้น
ตารางเปรียบเทียบประเภทตู้แช่สแตนเลสมือสอง
| ประเภทตู้ | จุดเด่น | กลุ่มผู้ใช้งาน | จุดที่ต้องตรวจเป็นพิเศษ |
|---|---|---|---|
| ตู้แช่เย็นสแตนเลส | เก็บวัตถุดิบพร้อมใช้ | ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม | อุณหภูมิ พัดลม ยางประตู |
| ตู้แช่แข็งสแตนเลส | เก็บอาหารแช่แข็ง | ร้านอาหาร อาหารทะเล โรงงานอาหาร | คอมเพรสเซอร์ น้ำแข็งเกาะ ระบบละลายน้ำแข็ง |
| ตู้ใต้เคาน์เตอร์ | ใช้พื้นที่คุ้มค่า ใช้เป็นโต๊ะเตรียมงานได้ | ครัวร้านอาหาร คาเฟ่ | หน้าเคาน์เตอร์ ประตู ระบบระบายความร้อน |
| ตู้ยืนสองประตู | ประหยัดพื้นที่แนวกว้าง | ร้านขนาดเล็กถึงกลาง | บานพับ ชั้นวาง ยางประตู |
| ตู้ยืนสี่ประตู | ความจุสูง แบ่งวัตถุดิบง่าย | ร้านอาหาร โรงแรม ครัวกลาง | ระบบความเย็นทุกส่วน ประตูทุกบาน |
| ตู้เย็นและตู้แข็งในเครื่องเดียว | แบ่งพื้นที่ใช้งานสองอุณหภูมิ | ครัวที่มีพื้นที่จำกัด | ระบบควบคุมแต่ละโซน |
ตู้แช่สแตนเลสแบบยืน กับแบบใต้เคาน์เตอร์ แบบไหนมีมูลค่ามือสองดีกว่า
ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะทั้งสองแบบตอบโจทย์ผู้ใช้ต่างกัน
ตู้แบบยืนมีข้อดีเรื่องความจุ เหมาะกับร้านที่ต้องเก็บวัตถุดิบจำนวนมาก
ตู้ใต้เคาน์เตอร์มีข้อดีเรื่องการใช้พื้นที่ สามารถติดตั้งใต้โต๊ะเตรียมอาหารและหยิบวัตถุดิบได้สะดวก
ร้านอาหารที่มีพื้นที่จำกัดอาจต้องการตู้ใต้เคาน์เตอร์มากกว่าตู้ยืนขนาดใหญ่
ในทางกลับกัน ครัวกลางหรือโรงแรมที่ต้องจัดเก็บวัตถุดิบจำนวนมากอาจต้องการตู้ยืนมากกว่า
ดังนั้นความต้องการของตลาดในแต่ละช่วงจึงมีผลต่อราคามือสองด้วย
รุ่นและยี่ห้อตู้แช่สแตนเลสที่พบในตลาด
Hoshizaki
Hoshizaki เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่พบในกลุ่มครัวร้านอาหาร โรงแรม และครัวเชิงพาณิชย์
กลุ่ม Undercounter มีทั้งตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็ง ตัวอย่างตู้แช่แข็งคือ FT 126MA S ซึ่งเป็นตู้ใต้เคาน์เตอร์ และยังมีขนาดอื่นในตระกูลเดียวกัน เช่น FT 156MA S และ FT 188MA S
ข้อมูลผู้ผลิตระบุว่ารุ่น FT 126MA S เป็นตู้แช่แข็งแบบใต้เคาน์เตอร์ ความจุประมาณ 231 ลิตร ส่วน FT 156MA S มีความจุประมาณ 318 ลิตร จึงเห็นได้ว่ารหัสรุ่นและขนาดมีผลต่อความจุและการใช้งานอย่างชัดเจน
สำหรับตลาดมือสอง สิ่งที่ควรตรวจคือระบบควบคุมอุณหภูมิ พัดลม ประตู ระบบละลายน้ำแข็ง สภาพพื้นผิว และเสียงการทำงานของระบบความเย็น
Berjaya
Berjaya เป็นอีกแบรนด์ที่พบในอุปกรณ์ครัวเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะตู้แช่สแตนเลสแบบยืน
กลุ่ม Upright Freezer มีตัวอย่างรุ่น BS2DUF/Z, BS4DUF/Z และ BS6DUF/Z ซึ่งแตกต่างกันตามขนาดและจำนวนช่องประตู
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Berjaya แสดงให้เห็นว่ากลุ่มดังกล่าวมีตั้งแต่ตู้ขนาดประมาณ 471 ลิตร ไปจนถึงมากกว่า 1,600 ลิตร จึงเป็นตัวอย่างที่ดีว่าตู้สแตนเลสที่หน้าตาคล้ายกันอาจมีความจุและตลาดใช้งานต่างกันมาก
เวลาขายมือสองควรระบุจำนวนประตู ขนาด และระบบความเย็นอย่างละเอียด
Fresher
Fresher มีตู้แช่สแตนเลสหลายรูปแบบและเป็นแบรนด์ที่พบได้ในตลาดประเทศไทย
ตัวอย่างเช่น FR 2DSF เป็นตู้แช่แข็งสแตนเลสสองประตู ส่วน FR 4DSF เป็นตู้สี่ประตู และยังมีกลุ่ม FR 4SCFL ที่ออกแบบให้รองรับการใช้งานแช่เย็นและแช่แข็งตามรูปแบบของสินค้า
ข้อมูลสินค้าที่จำหน่ายในไทยระบุว่า FR 4DSF เป็นตู้แช่แข็งสแตนเลสสี่ประตู และมีระบบควบคุมแบบดิจิทัล
เมื่อนำมาขายมือสองควรตรวจว่าตู้สามารถทำอุณหภูมิได้จริง ระบบพัดลมทำงานครบ และประตูทุกบานปิดสนิท
Turbo Air
Turbo Air มีผลิตภัณฑ์ตู้แช่สำหรับครัวเชิงพาณิชย์หลายประเภท
ในกลุ่ม Undercounter Freezer มีตัวอย่างเช่น JUF 36 N, JUF 48 N และตระกูล TUF โดยหลายรุ่นออกแบบด้วยตัวถังสแตนเลสและระบบควบคุมอุณหภูมิสำหรับงานร้านอาหาร
เวลาประเมินตู้ Turbo Air มือสองจึงควรถ่ายป้ายรุ่นให้ชัด เพราะตู้ขนาดใกล้เคียงกันอาจอยู่คนละตระกูลผลิตภัณฑ์และมีรายละเอียดภายในต่างกัน
เลือกดูยี่ห้อหรือดูสภาพเครื่องก่อนดี
คำตอบคือควรดูทั้งสองอย่าง
ยี่ห้อช่วยให้ทราบกลุ่มราคาเดิม ตลาดผู้ใช้งาน และโอกาสหาอะไหล่
แต่สภาพปัจจุบันเป็นตัวกำหนดว่าเครื่องสามารถนำกลับไปใช้งานได้มากน้อยเพียงใด
ตัวอย่างเช่น ตู้แบรนด์ระดับสูงที่คอมเพรสเซอร์เสีย แผงควบคุมเสีย และประตูชำรุด อาจต้องมีต้นทุนซ่อมสูง
ในขณะที่ตู้ราคากลางที่ระบบสมบูรณ์และพร้อมใช้งานอาจขายต่อได้ง่ายกว่า
ดังนั้นการประเมินที่ดีไม่ควรดูโลโก้เพียงอย่างเดียว






